มนต์เสน่ห์แห่งยุคฟิล์ม ภาค 1/2: เครนที่ใหญ่ที่สุดในโลก! – The Generation Of Films pt.1/2: The Largest Crane In The World!

Check it out! This time I have to find a way to fly an ARRIFLEX 35-3 (35mm. film camera) over a 20 meter-high rooftop. This project was shot 8 years ago without any ease and convenience of a high-tech digital camera and Drone.Back then when I was planning to shoot this project, the aerial shot was considered a very expensive choice. A real helicopter was too shaky without an expensive camera stabilizer and cannot fly near buildings which surrounded by high-voltage lines.  A radio-controlled helicopter was way too small to lift the ARRI 35-3 camera. Someone in the team suggests that we should do it an old school fashion, using a crane…a huge construction crane on truck!

มารำลึกความหลังกันสักหน่อยครับ คราวนี้ผมจะมาเล่าสมัยที่ผมได้รับโปรเจคท์ที่ต้องหาทางทำยังไงก็ได้ให้เจ้า ARRIFLEX 35-3 ลอยขึ้นไปเหนืออาคารสูง 20 เมตร… คนรุ่นนี้คงไม่คุ้นกับชื่อ ARRIFLEX 35-3 เท่าไหร่นัก …ครับ มันคือกล้องฟิล์ม 35mm. ของ ARRIFLEX ย้อนไปเมื่อ 8 ปีก่อนที่ยังไม่มีอุปกรณ์ไฮเทค เทคโนโลยีเครื่องบิน Drone หรือแม้แต่กล้องดิจิตอลมาช่วยให้การถ่ายงานสะดวกและง่ายขึ้นอย่างทุกวันนี้

ในยุคนั้น การที่จะถ่ายงานทางอากาศให้ได้ภาพมุมสูง มุมกว้างสวยๆ ได้นั้นต้องทุ่มทุนกันมหาศาลเลยทีเดียว ลองนึกภาพตามดูกันนะครับ.. สมัยนั้นเราต้องใช้อุปกรณ์ช่วยลดการสั่นของกล้องอย่างดี (และแน่นอนว่าแพงมาก) เพื่อรองรับแรงเหวี่ยงและแรงสั่นของเฮลิคอปเตอร์ แต่ก็ติดปัญหาว่าเฮลิคอปเตอร์จริงไม่สามารถบินต่ำลงใกล้อาคารที่มีสายไฟพาดผ่านอยู่ได้ ส่วนเฮลิคอปเตอร์วิทยุบังคับก็จิ๋วเกินกว่าจะรับน้ำหนักกล้อง ARRIFLEX 35-3 ผมกับทีมนี่นั่งปาดเหงื่อกันเลย จนกระทั้งมีใครสักคนในทีมเสนอขึ้นมาว่า ทำไมไม่ลองวิธีเก่าๆ อย่างใช้ เครน” ดูล่ะ… ผมเขียนไม่ผิดหรอกครับ ก็รถเครนก่อสร้างขนาด 25 ตันนั้นล่ะครับ!

loading-646934_1280

In this Giffarine project, the director wants a moving shot to show the entire factory in one shot from the ground up to over the rooftop.  I prefer using a camera crane; however, the largest camera crane I know is a Panther Galaxy, with the highest of 18.1 meters off the ground. Sounds good, but not high enough.  It seems like I’m stuck with the construction crane again, which is a pretty good choice because the crane can lift the cage up 40 meters off the ground.Yeah right… Being a director of photography, I don’t mind hanging in mid-air in a 1.5×1.5 meters steel cage risking my life on one sling cable for hours. Just kidding! In fact, I have done this several times before.  The only problem is that it is very shaky and scary.  Using a wide-angle lens and overcranking camera a little (33-50 fps) can get rid of some shaking but not the scary part.  Especially, when the sling cable slips right into its roll, I feel like riding in a roller coaster without a seat!

To reduce those shaky and scary bumps, I use a little movie trick by shooting the scene in reverse, instead of rolling the cage up, I start from the top and lower the cage down. It’s much smoother this way.  This reversing trick is commonly being used when we want, in this case, to reduce a camera shake or want an object to hit the mark exactly. For instance, when we want a car to stop as close as possible in front of an actor.  Instead of risking his life, we can start shooting from the end where the car parks a few inches away from the actor.  To imitate a panic stop, we shake the car before pull it backward hard and fast.  Playing the scene in reverse, it appears that the car stops right in front of the actor’s face.


โปรเจคท์ใหญ่ที่ว่านี้ก็คืองานถ่ายทำโฆษณากิฟฟารีนครับ ผู้กำกับต้องการภาพช็อตเดียวที่ถ่ายให้เห็นโรงงานจากพื้น..แล้วเคลื่อนกล้องขึ้นไปถึงหลังคา จนเห็นเป็นภาพทั้งโรงงานในมุมกว้าง ผมจึงต้องใช้เครนกล้องในการถ่ายทำ ซึ่งเครนกล้องที่ใหญ่ที่สุดในตอนนั้นคือ Panther Galaxy โดยจะสูงจากพื้น 18.1 เมตร ก็สูงใช่ย่อยเลย แต่พอคำนวณดูแล้วกลับสูงไม่พอ เลยต้องกลับมาที่ “เครนก่อสร้าง” อีกครั้ง โดยเครนก่อสร้างนี้ตอบโจทย์ในการทำหน้าที่ยกกรงเหล็ก (ที่ข้างในมีทั้งกล้องและตากล้อง ซึ่งก็คือผมเอง) ให้ลอยขึ้นสูงจากพื้นถึง 40 เมตร

ก็… ไม่อะไรมากหรอกครับ ทำงานเป็นตากล้องมาหลายปี ได้เข้าไปอยู่ในกรงเหล็กขนาด 1.5×1.5 ม. ถูกยกลอยขึ้นกลางอากาศ เห็นวิวทิวทัศน์อันสวยงาม มีชีวิตผาดโผนบนสายสลิงเป็นเวลาหลายชั่วโมงนี่ งานชิลๆ สบายๆ ครับ… เอ้ย ผมล้อเล่นหน่า! ผมเคยถ่ายทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้งจนรู้ถึงปัญหาอย่างลึกซึ้งเลยครับ ปัญหาคือมันสั่นและน่ากลัวมากกกกก  เรื่องสั่นนี่พอแก้ได้ด้วยการใช้เลนส์มุมกว้างและถ่ายสปีดสูงขึ้นนิดหน่อย (ประมาณ 33fps หรือบางทีก็ 50fps เลย) แต่เรื่องน่ากลัวนี่แก้ยากหน่อยครับ จุดพีคสุดๆ ที่เคยเจอบ่อยๆ ตอนถ่าย คือ ตอนที่สายสลิงม้วนทับกันไปเรื่อยๆแล้วดีดตัวกลับลงไปในร่องม้วนของมันเอง มันให้ความรู้สึกเหมือนสลิงมันขาดยังไงไม่รู้ ผมนี่หวาดเสียวอย่างกะนั่งรถไฟเหาะที่พอรถไฟวิ่งไปสักพักละแบบ…

“เฮ้ย! นี่ตูลืมคาดเข็ดขัด!”

ก็ไม่รู้นะครับว่าจริงๆ แล้ว ที่กล้องสั่น เป็นเพราะกรงมันสั่น หรือขาผมสั่นกันแน่ ฮา

เพื่อลดการสั่นของกล้องและตัวผมเอง ผมมักจะหยิบยืมทริคการถ่ายภาพยนตร์แบบที่มักใช้กันบ่อยๆ คือถ่ายแบบย้อนกลับ คืออย่างแทนที่จะถ่ายจากพื้นขึ้นบน ก็สลับเป็นขึ้นไปกลางอากาศถ่ายจากบนหลังคาลงมาที่พื้นแทน เพื่อให้ม้วนสลิงและภาพออกมาลื่นไหลไม่สะดุดกลางอากาศ ทริคนี้สามารถใช้ได้ทั่วไป โดยกรณีของผมมักใช้เพื่อแก้ปัญหากล้องสั่น หรืออย่างเวลาที่ต้องการให้วัตถุเคลื่อนที่มาตรงตำแหน่งที่ต้องการพอดี อย่างเช่น ในฉากที่ต้องการให้รถวิ่งพุ่งมาเบรคแบบจ่อหน้าตัวแสดงสุดๆ แทนที่จะเสี่ยงอันตรายให้รถวิ่งพุ่งใส่ตัวแสดงจริงๆ ก็ถ่ายย้อนหลังเป็น เริ่มจากให้รถจอดใกล้ตัวนักแสดงที่สุดละค่อยขับกระชากถอยออกไปจากตัวนักแสดง ในขั้นตอนตัดต่อเมื่อเราเล่นชอทนี้ย้อนหลังก็จะดูเหมือนกับรถพุ่งมาหยุดจ่อหน้าตัวแสดงจริงๆ


However, in this scene, there are three 18-wheeler running toward the camera. The reversing trick cannot be used when there are moving objects in the scene.  I don’t think the drivers can drive these things backward. I consult the height problem with the grip team. They suggest a Thai-made crane, which they claim it’s the largest crane in the world. Yes. I’m not lying. This crane is called an X-treme crane. It’s got a 31 meter-long arm. It can shoot my 35mm. camera 23 meters above the ground. Moreover, the X-treme crane can reach the height of 6 stories building in less than 10 seconds! Gone in less than 10 seconds!!! That’s amazing, and it’s designed and made by Thai company, Bann Rig. We beat the German crane, unbelievable.

อย่างไรก็ตาม ฉากที่ถ่ายโรงงาน ความยากของมันคือนอกจากจะต้องถ่ายให้เห็นทั้งโรงงานแล้ว ในฉากยังต้องมีรถบรรทุก 18 ล้อ 3 คัน วิ่งตรงผ่านหน้ากล้องไป เมื่อไม่ใช่การถ่ายตึก อาคารหรือวัตถุที่อยู่นิ่งๆ การถ่ายแบบย้อนกลับก็ไม่สามารถใช้ได้ เพราะจะเป็นการยากมากถ้าจะให้คนขับรถบรรทุก 18ล้อขับถอยหลังเป็นขบวนอย่างสวยงาม ตัวเลือกที่เป็นเครนก่อสร้างก็ต้องตัดทิ้งไป ทีมกริปของผมจึงแนะนำให้ผมได้รู้จักกับเครนสำหรับถ่ายหนังตัวหนึ่ง ที่มีคำโปรยเก๋ๆ ว่าเป็นเครนที่ใหญ่ที่สุดในโลก เครนตัวนี้มีชื่อว่า X-treme Crane ด้วยความยาวสูงสุด 31 เมตร จึงชนะเลิศในการเป็นเครนที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างที่เค้าว่าจริงๆ ผมสามารถให้กล้องฟิล์ม 35 mm. ของผมลอยขึ้นไปถ่ายมุมสูงถึง 23 เมตรอย่างสบายๆ นอกจากนี้ ความเจ๋งของไอ้เจ้า X-treme Crane คือมันยังสามารถยกกล้องขึ้นไประดับความสูงเท่าตึก 6 ชั้นได้ในเวลาเพียงไม่ถึง 10 วินาที!! และสิ่งที่ผมทึ่งมากที่สุดก็ตรงที่ เจ้าเครนถ่ายหนังตัวนี้ที่สามารถล้มแชมป์เครนจากเยอรมันได้ ถูกออกแบบและผลิตโดยบริษัทคนไทยที่มีชื่อว่า “บ้านริค” นี่แหละ ฝีมือคนไทยนี่สุดยอดจริงๆ

x-treme-crane-2
cr. Bannrig Co.,Ltd.

The drawbacks of this giant are its weight and set up time. This crane weights nearly 4 tons and takes about 3 hours to set up and almost 2 hours to move to the next spot without dissemble it. I have to plan each crane shot very carefully. With so many scenes to be done in limited hours, I order 2 cameras and 3 cranes to be used and standby for each set up. The ARRIFLEX 435 is for general shots. The ARRIFLEX 35-3 is being fixed on the X-treme crane all day long. The X-treme crane is for outdoor shots.  The Jimmy Jib, 10 meter-long, is being used for interior shots of the warehouse and the factory. I use the Vario Jib for smaller sets of scientists and chemists walking in laboratories.  With its telescopic arm, 1m.-2.6m (with extension), this jib is very versatile and great for shooting in a limited space.

แต่เครนยักษ์ตัวนี้มีข้อเสียตรงที่ ตัวเครนมีน้ำหนักถึง 4 ตัน และต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมงในการติดตั้ง และเกือบ 2 ชั่วโมงในการเคลื่อนย้ายโดยไม่รื้อถอด-ประกอบใหม่ ทำให้ทุกฉากที่ถ่ายด้วยเครนยักษ์ตัวนี้ ผมต้องวางแผนให้รอบคอบกว่าปกติ ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา ผมจึงใช้กล้อง 2 ตัว กับเครน 3 ตัว วางรอเตรียมพร้อมไว้ในฉากที่ต้องถ่ายทำต่อๆไป เพื่อให้การถ่ายทำเป็นไปอย่างต่อเนื่องไม่ให้มีช่องว่างด้านเวลา ผมใช้กล้อง ARRIFLEX 435 สำหรับการถ่ายทำทั่วๆ ไป ส่วน ARRIFLEX 35-3 ติดตั้งไว้บน X-treme เครนตลอดทั้งวัน การถ่ายฉาก outdoor มีอุปกรณ์ X-treme Crane เป็นพระเอก ส่วนฉาก indoor ที่ถ่ายในโกดังสินค้าและโรงงานผมใช้ Jimmy Jib ยาว 10 เมตรตัวย่อมลงมา มาด้านฉากที่ย่อมลงมาอีกอย่างถ่ายนักทดลอง, นักเคมีในห้องแล็ป ผมใช้เป็น Vario Jib (แขนของมันสามารถยืด-หด ได้ตั้งแต่ระยะ 1ม.-2.6ม. โดยใช้ตัวต่อเพิ่มระยะ) Jib ตัวนี้ให้ความคล่องตัวสูงในการถ่ายทำ โดยเฉพาะในพื้นที่จำกัด

x-treme-crane-1
cr. Bannrig Co.,Ltd.

In order to shoot 4 shots of the X-treme crane in daylight, everything has to be precisely planned and executed because the duration of setting up and moving this crane takes about 9 hours, not including the shooting time for each shot at least 1 hour per shot.  I have to carefully consider the x-treme crane placement, the lens choice, the exposure/aperture, and the sun position (back then I have to use a Samuelson’s manual sun path calculator to see where the sun would be in a specific time of day. Nowadays I use a Sun Scout app in my old iPhone and it works really well). In between each X-treme crane set up, I and the crews have to run inside where another set of camera and other equipment are awaited. We try to shoot as many shots as possible and come back when the big crane is ready.

ในการถ่ายกลางแจ้งให้ทันแสงพระอาทิตย์ โดยใช้เครน X-treme ทั้ง 4 ฉาก จำเป็นต้องวางแผนและดำเนินงานไม่ให้พลาดแม้แต่น้อย เพราะระยะเวลาในการประกอบและย้ายตำแหน่งเครนตัวนี้สำหรับ 4 ฉากก็ปาเข้าไป 9 ชั่วโมงแล้ว นี่ยังไม่รวมเวลาถ่ายทำ ซึ่งอย่างน้อยๆก็ประมาณ 1 ชั่วโมงต่อฉาก ผมจึงต้องรอบคอบเป็นพิเศษในการวางจุดตำแหน่งเครน, การเลือกเลนส์, การวัดแสงและเลือกใช้ขนาดรูรับแสง รวมไปถึงคำนวณทิศทางและตำแหน่งของพระอาทิตย์ (ตอนนั้นผมใช้เครื่องคำนวณตำแหน่งและทิศทางของแสงอาทิตย์แบบเก่าของ Samuelson แต่ปัจจุบันต้องขอบคุณแอปพลิเคชั่น Sun Scout ที่ทำให้ผมสบายขึ้นเยอะ) ระหว่างรอเครน X-treme ติดตั้ง ทั้งผมและทีมงานก็ต้องวิ่งรอกเข้าไปถ่าย indoor ให้มากที่สุด และก็วิ่งกลับมาที่ฉาก outdoor สลับไปมาตลอด ชุลมุนดีครับ
sunlight-867222_1920

Using the X-treme crane enhances the concept of this commercial,

“Thai product is one of the best products in the world.”

This project is one of the most challenging shoots I have done on TVC, using the largest crane in the world and shooting in an incomparable quality and beauty of films.  Having a chance to learn and shoot numerous projects on film are privileged.

Next time, I’ll talk about my experience in shooting films. Stand by!

การที่เราได้รู้จักและเลือกใช้เครน X-treme ถือว่าเข้ากันกับคอนเซ็ปท์ของโฆษณาตัวนี้ ที่ว่า

“สินค้าแบรนด์ไทยไม่แพ้ใครในโลก”

โปรเจคท์กิฟฟารีนตัวนี้ ถือเป็นหนึ่งในโปรเจคท์ที่ท้าทายที่สุดของผม ทั้งการที่ได้มีโอกาสใช้เครนที่ใหญ่ที่สุดในโลก และได้ถ่ายทอดความงามของภาพลงบนแผ่นฟิล์ม การที่ได้มีโอกาสเรียนรู้และถ่ายทำด้วยฟิล์มถือเป็นประสบการณ์ที่แสนจะประทับใจ

ในบทความหน้าผมจะเล่าประสบการณ์ในการถ่ายทำด้วยกล้องฟิล์มครับ รอติดตามกันนะครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s