โปรเจคท์กองโจร ณ ดินแดนอาทิตย์อุทัย – The Guerrilla Filmmaking In Japan

ก่อนหน้านี้ได้รำลึกถึงประสบการณ์การถ่ายหนังในยุคฟิล์มไปแล้ว ก็คงพอจะจินตนาการออกถึงความยุ่งยาก ซับซ้อนในการถ่ายด้วยกล้องฟิล์มจนกระทั่งออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหว คราวนี้เมื่อเปลี่ยนถ่ายมาสู่ยุคดิจิตอล แน่นอนว่ามันต้องมีการปรับตัวครั้งใหญ่ในวงการถ่ายหนังภาพยนตร์/โฆษณา

ในบทความนี้ผมจึงขอหยิบยกประสบการณ์ถ่ายโฆษณาแบบกองโจรที่ประเทศญี่ปุ่นมาเล่าให้ฟังกันครับ โดยการถ่ายแบบกองโจร (Guerrilla filmmaking) มักใช้ในการถ่ายทำหนังแนวอินดี้-งบน้อย ซึ่งการถ่ายแนวนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับงานถ่ายโฆษณา โดยเฉพาะงานโฆษณาเน้นคุณภาพและความสวยความงาม แต่ด้วยข้อดีของกล้องดิจิตอลสิ่งที่เราว่าเป็นไปไม่ได้ ก็เป็นไปได้ครับ

Last time we talked about my experience in shooting film.  We can imagine the complex and time-consuming process of shooting with film.  Now we have moved to the digital era.  There have been so many big changes in the moviemaking industry.  However, changing does not have to always be a bad thing.  At least a compact size of digital camera makes an impossible becoming possible.  I shot this gig guerrilla style in Japan using a small digital camera (Canon C300).  This project would be very hard to achieve using film camera.  Guerrilla filmmaking often refers to a low budget independent filmmaking.  I have never thought that this shooting style will suit a TV commercial, especially a beauty product commercial.

03
photographer: Trusty Pannaroj Kositsakul
01
photographer: Trusty Pannaroj Kositsakul

The ‘High Speed’ Shooting

ผมได้รับโจทย์ต้องถ่ายแบบกองโจรในต่างแดน ไร้ทีมกริ๊ป ไร้ทีมไฟ เน้นสีสัน ความสดใสสวยงามของตัวแสดง เราก็ต้องพิถีพิถันเรื่องการเลือกใช้อุปกรณ์กันมากขึ้นทั้งตัวกล้อง เลนส์ และอุปกรณ์เสริมต่างๆ เมื่อไม่มีอุปกรณ์ไฟ แสงธรรมชาติและการเล่นมุมกล้องกลายเป็นปัจจัยสำคัญมากในการจัดลำดับการถ่ายทำแต่ละฉาก นอกจากนี้เมื่ออุปกรณ์น้อย ทีมงานก็น้อยลงไปด้วย ดังนั้นทุกคนในทีมจึงต้องรู้หน้าที่ของตัวเอง พร้อมทั้งเตรียมตั้งรับกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันอยู่ตลอดเวลา

ตลอด 4 วันของการถ่ายทำผมต้องแบกกล้องวิ่งตามนักแสดงบนถนนชินเซเคอิ ในโอซาก้า เดินถ่ายรอบๆ รถไฟชินคันเซน ฯลฯ เรียกได้ว่าแทบไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้องเลย โดยเฉพาะฉากรถไฟชินคันเซนนั้น เราได้นั่งรถไฟความเร็วสูงนี้เพียงสถานีเดียวด้วยระยะเวลาประมาณ 10-15 นาที รวมเวลาที่รอรถไฟออกจากชานชลาด้วยก็เกือบ 20 นาทีได้ ผมเลยต้องเป็น “ตากล้องความเร็วสูง” ที่มาพร้อม “ทีมงานความเร็วสูง” ไปโดยปริยาย

ในการถ่ายให้จบครบทุกฉากตามที่วางแผนไว้ภายในระยะเวลาไม่ถึง 20 นาที การเลือกเลนส์ซูมจำเป็นต้องเป็นเลนส์ที่ถือถนัดมือ โดยผมใช้ C300 (EF mount model) ร่วมกับเลนส์ cannon L 24-70mm. เป็นส่วนใหญ่เพราะมีน้ำหนักเบาถือจับสะดวก และมีช่วงเลนส์ที่ครอบคลุมทุกช็อตที่ผู้กำกับต้องการ เมื่อแสงเริ่มมืดลงหรือในช็อตที่ผมต้องการภาพชัดตื้นมากๆผมจะสลับมาใช้เลนส์ cannon L fixed ที่มีรูรับแสงกว้างที่สุดถึง f/1.2. ทำให้ได้ภาพที่มีความชัด-ตื้นและแก้ปัญหาการถ่ายในที่แสงน้อยได้เป็นอย่างดี

It is a big challenge to shoot without supports from lighting and grip teams.  The most important part for me is to choose the right equipment: cameras, lenses, and camera supports.  Without any light fixture, the sunlight and its angle play a huge role when planning a breakdown.  A limited crew means that everyone has to know their places and be ready for an unexpected.

During the 4 days shooting, I rarely used a tripod.  Most of the time I handheld the camera following the actresses running across the street, walking around Shinsekei street in Osaka, and riding in a Shinkansen.  The Shinkansen scene was very challenging because I had to finish all the shots required in the scene within just one station ride.  A zoom lens came in handy for this situation.  I used a C300 (the EF mount model) with a Canon L 24-70mm. zoom lens for almost the entire shoot in Shinkansen.  The lens was light and cover the whole range the director needed for this scene.  When the light level got low or when I needed a very shallow depth of field, I switched to the Canon L fixed lenses, with the widest open of f/1.2.  That was more than enough.

09
photographer: Trusty Pannaroj Kositsakul
10
photographer: Trusty Pannaroj Kositsakul

An Unexpected Problem

แม้ว่าเราจะตระเวนดูสถานที่ก่อนถ่ายจริงเพื่อเช็คให้เวลาเป็นไปตามแผนแล้วก็ตาม แต่ก็มีอยู่ที่นึงเราไปถึงช้ากว่าที่วางแผนไว้เพียงนิดเดียว เป็นฉากมุมกว้างที่นักแสดง 2 คนนั่งดื่มโยเกิร์ตท่ามกลางบรรยากาศใบไม้แดง ในเวลานั้นแสงแดดแรงเกินไปทำให้ภาพในส่วนเงามืดเกินไปจนผมไม่สามารถเก็บรายละเอียดของภาพในส่วนเงาได้ โชคดีที่ผมเอาแผ่นรีเฟลกแบบพกพาได้ไปด้วย ก็ช่วยให้หน้านักแสดงสว่างขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งไฟ สำหรับช็อตภาพโฆษณาสายบิวตี้นั้นไม่ควรที่จะมีเงาบนหน้านักแสดงมากนัก ปัญหานี้มักเกิดขึ้นกับฉากภายในที่มีแหล่งแสงมาจากหลอดไฟหลายๆดวง ซึ่งทำให้เกิดเงาพาดไปมาบนหน้าตัวแสดงยุ่งไปหมด ผมก็ได้เจ้าแผ่นรีเฟลกนี้ล่ะที่ภายในเป็นเฟรมกรองแสงทำให้ผมสามารถกระจายแสงและลดเงาบนหน้าตัวแสดงทำให้ดูซอฟท์ละมุนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ผมยังใช้ส่วนผ้าสะท้อนแสงด้านที่เป็นผ้าขาวสะท้อนแสงขึ้นมาจากด้านล่างเพื่อลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าและรอยคล้ำใต้ตากับบริเวณลำคอ …ได้หน้าใสๆ ผิวสวยๆ ไม่ต้องง้อครีมไวท์เทนนิ่งเลยครับ

เนื่องจากโปรเจคท์นี้ทีมงานน้อย เราจึงต้องใช้สอยกันอย่างคุ้มค่า ทุกคนแม้จะมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบกันแล้ว หลายครั้งเราก็ต้อง “ทำเกินหน้าที่” ไปบ้าง อย่างช่างแต่งหน้าที่พอแต่งหน้าให้นักแสดงเสร็จเรียบร้อยก็ต้องวิ่งมาช่วยถือแผ่นรีเฟลก, โปรดิวเซอร์ทำหน้าที่กันคนเข้ามารบกวนในเฟรม หรือแม้แต่ลูกค้าผลิตภัณฑ์เองก็ไม่รอดครับ ต้องมาเข้าฉากเป็นตัวแสดงประกอบด้วยก็มี เรียกได้ว่าทุกคนมีส่วนร่วมในโปรเจคท์แบบไม่น้อยหน้ากันเลยทีเดียว

ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่ายและการเตรียมตัวมาอย่างดี แต่ก็ไม่พ้นมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น คือมีฉากที่ต้องถ่ายนักแสดงเดินเล่นสัมผัสแสงแดดในสวนเมเปิ้ล แต่ฝนเจ้ากรรมดันตกลงมาดื้อๆ ซะอย่างนั้น เราไม่มีเวลามากพอที่รอจนฝนหยุด พี่ผู้กำกับเลยเปลี่ยนบทกลับหลังหันเป็นฉากนักแสดงเดินเล่นกลางสายฝนแทนกลางแสงแดด  ส่วนผมก็อินกับซีนนี้ไปด้วยโดยก่อนที่จะย้ายสถานที่ถ่ายทำ ผมก็ไม่รอช้าที่จะหยิบกล้องพร้อมร่มวิ่งไปถ่ายมุมแทนสายตาของตัวแสดงมองเม็ดฝนหยดลงบนร่ม ซึ่งช็อตคิดเร็วทำเร็วนี้ก็ได้ใช้ในหนังด้วย  โชคดีที่ทีมงานทุกคนสนุกไปกับงานมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับเข้ากับสถานการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างดีเยี่ยม

Although we scouted the locations before the real shoot to make sure that we’ll be on each location at the right moment, on one location, we arrived there a little late.  It was a wide shot of two girls drinking yogurt on a wooden terrace.  I couldn’t keep details on the shadow side of their faces because the sun was getting too strong.  Fortunately, I brought a foldable reflector which brightened up her face perfectly.  It wouldn’t be a beauty shot if there are several shadows all over the talents’ faces.  This problem is very common when shooting interior scene with so many light sources casting multiple shadows on talents’ faces.  To fix this problem especially the close-up shot, I used a diffusion that came inside the foldable reflector to spread and soften the lights on their faces and used its white reflector to eliminate the wrinkles and lighten up the shadows under their eye sockets and chins.

Despite a skeleton crew; just me, my camera assistant, and a few essential crews, everyone on the team was willing to do more than their own jobs to make the shooting go smoothly.  A make-up artist was holding a reflector right after she touched up the talents’ faces.  A producer blocked people from walking into a frame.  Clients had to be in a frame as extras.

With all the participation and preparation, there was still an unexpected.  It rained on one shooting day.  With no time to spare the director changed the script right on the spot to have two actresses playing with their umbrella in the rain instead of a nice sunny day walk in a park.  Just before we moved to the next location, I spontaneously grabbed a camera and shot actresses’ POV shot of the raindrops on their umbrella, which ended up being used in the final cutting, of course I held both the camera and the umbrella myself.  That’s such a lot of fun when we were flexible and be adaptive to the situation.

05
photographer: Trusty Pannaroj Kositsakul
07
photographer: Trusty Pannaroj Kositsakul

โปรเจคท์ในต่างแดนนี้อย่างที่บอกว่าเป็นการถ่ายแบบกองโจร ดังนั้นขั้นตอนการเตรียมตัวจึงทรหดและใช้เวลาไม่ใช่น้อย แต่การเสียเวลาเตรียมการนั้นย่อมดีกว่าไปเสียเวลาที่หน้ากองถ่ายเป็นไหนๆ  โดยตากล้องก็ต้องพิถีพิถันมากขึ้นในการเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับคอนเซปท์และโลเคชั่น ทีมงานทุกคนก็ต้องทำความเข้าใจ storyboard อย่างลึกซึ้งรวมถึงพร้อมที่จะร่วมมือกันทำงานและรับมือกับทุกปัญหา และหากจะให้คะแนนก็คงต้องบอกว่าคะแนนความร่วมมือเกินหน้าที่ การปรับตัวเข้ากับทุกสถานการณ์ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ทีมงานโปรเจคท์นี้เอาไปเลยครับ 100 เต็ม 10!

Shooting oversea with limited crew and equipment can be fun and memorable.  A low budget guerrilla filmmaking doesn’t have to be a painful experience.  The preproduction process is crucial because we would rather spend more time preparing and planning than wasting time on the shooting days.  Choosing the right equipment is the first thing to be considered as well as planning to get the best light on locations.  Moreover, everybody on the team should understand the storyboard by heart and prepare for the unexpected.

04
photographer: Trusty Pannaroj Kositsakul
08
photographer: Trusty Pannaroj Kositsakul
12
photographer: Trusty Pannaroj Kositsakul
11
photographer: Trusty Pannaroj Kositsakul

Advertisements

One thought on “โปรเจคท์กองโจร ณ ดินแดนอาทิตย์อุทัย – The Guerrilla Filmmaking In Japan

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s