ขนาด (Sensor) นั้นสำคัญไฉน?

อย่าคิดมากครับผมกำลังพูดถึงขนาดเซ็นเซอร์กล้องครับ (ฮาา)

ในความคิดของผม  ผมว่าลีลา เอ๊ย!…ความคิดสร้างสรรค์ที่ใส่ไปในงานสำคัญกว่าครับ  ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบของภาพ  ทิศทางของแสง  และที่สำคัญที่สุดคือวิธีการถ่ายทอดเรื่องราวที่ต้องการจะเล่า ผ่านภาพนั้นๆ  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ไม่สามารถปฏิเสธที่จะพูดกันถึงเรื่องขนาดได้หรอกครับ (เอ่อ…ยังเป็นขนาดของเซ็นเซอร์กล้องอยู่นะครับ)  เพราะเดี๋ยวนี้มีตัวเลือกเยอะเหลือเกิน  ตั้งแต่ขนาดของเซ็นเซอร์ไปจนถึงชนิดของไฟล์ที่ต้องการว่าต้องการความละเอียด (Resolution) ขนาดไหน  ต้องการ RAW ไฟล์ขนาดใหญ่หรือไฟล์เล็กที่มีการบีบอัดข้อมูลบางส่วนเพื่อการทำงานที่รวดเร็วขึ้น  แต่ครั้งนี้จะขอพูดถึงเรื่องขนาดของเซ็นเซอร์อย่างเดียวนะครับ เพราะว่ามีผลโดยตรงกับการเลือกใช้เลนส์และขนาดของภาพที่ได้

สมัยก่อนนั้นไม่วุ่นวายอย่างเดี๋ยวนี้ครับ  เพราะถ้าถ่ายฟิล์มก็จะมีฟิล์ม 8มม, 16มม, 35มม, และก็ 65มม. (ภาพที่ 1) มีใครเคยถ่ายกล้อง 65มม.บ้างครับ มาแชร์กันหน่อยว่าอลังการแค่ไหน

%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-1
ภาพที่ 1

ซึ่งหลักๆที่ใช้ในการถ่ายโฆษณาก็ฟิล์ม 16มม. กับ 35มม. ครับ  ซึ่งทั้งกล้องฟิล์ม 16 และ 35มม. ก็มีเลนส์เฉพาะของตัวเอง  แต่ช่างภาพบางคนก็จะเอาเลนส์ของกล้อง 35มม.ไปใช้กับกล้อง 16มม. เพราะเชื่อว่าชิ้นเลนส์ที่ใหญ่กว่าย่อมให้ภาพที่ดีกว่า แต่จะเอาของ 16มม. ไปใช้กับกล้อง 35มม. ไม่ได้ เพราะจะเห็นขอบดำที่มุมภาพ (vignette –ลองหาใน google แล้วกดให้เครื่องอ่านออกเสียงให้ฟังดู แต่อย่าเปิดเสียงดังนะครับเดี๋ยวคนข้างๆจะสะดุ้งเอา)  ที่เห็นขอบดำก็เพราะว่าเลนส์ 16มม. ไม่สามารถสะท้อนภาพที่กว้างพอที่จะครอบคลุมพื้นที่เฟรมของฟิล์ม 35มม.ได้ (ภาพที่ 2) แต่เลนส์ 35มม.ให้ภาพที่ใหญ่กว่าเฟรมของฟิล์ม 16มม.อยู่แล้ว

%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-2
ภาพที่ 2

ตอนนี้ก็จะมาพูดถึงเรื่องชวนให้มึนกันหน่อยครับ…

ทางยาวโฟกัสของเลนส์ (Focal Length)  ถ้าเราใช้กล้องฟิล์ม 16มม. หรือ 35มม. อยู่เป็นประจำ เราก็จะกะระยะและเปลี่ยนเลนส์ได้ตรงกับขนาดภาพที่เราต้องการ  แต่เมื่อใดก็ตามที่เราโดดไปถ่ายใน Format ที่เราไม่คุ้นเคยหรือยิ่งหนักไปกว่านั้นเลนส์ 35มม. ไปใช้กับกล้องฟิล์ม 16มม.  เราจะยิ่งสับสนกับการกะระยะของเลนส์มากขึ้น  ถ้าเราเป็นช่างภาพที่คุ้นเคยกับการถ่ายทำด้วยกล้องฟิล์ม 35มม. มาตลอด  ถ้าถูกจับมาถ่ายกล้องและเลนส์สำหรับฟิล์ม 16มม.  เมื่อเราใส่เลนส์ 25มม.  เพราะเราต้องการภาพมุมกว้าง  แต่ภาพที่ออกมากลับมีขนาดใกล้เคียงกับเลนส์ 50มม. ในกล้องฟิล์ม 35มม.  ทำไม?  เลนส์ 25มม.ก็ยังเป็นเลนส์ 25มม.อยู่  เพียงแต่วาเรามีพื้นที่รับภาพเล็กลงครึ่งหนึ่ง (16 มม.)  เราจึงได้ภาพที่แคบกว่าภาพที่จะได้บนฟิล์ม 35มม. ครึ่งหนึ่งเช่นกัน  ถึงแม้เราจะเอาเลนส์ 25มม. ของกล้อง 35มม. มาใส่กับ กล้อง 16มม. ก็จะได้ภาพเหมือนใส่เลนส์ 50มม. อยู่ดี    สรุปคือเลนส์ทุกตัวจะคงทางยาวโฟกัสของตัวมันเองไว้และให้ขนาดภาพเท่าเดิมตลอด  ขนาดภาพที่เปลี่ยนไปขึ้นอยู่กับส่วนรับภาพของเราว่ารับได้กว้างแค่ไหนเท่านั้นเอง (ภาพที่ 3)

%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-3
ภาพที่ 3

หลังจากหายมึนได้ไม่นาน  มางงกันต่ออีกนิดดีไหมครับ?

เพราะเมื่อยุคดิจิตอลมาถึงและเริ่มมีการใช้ฟังก์ชั่นถ่ายวีดีโอในกล้องภาพนิ่งมาใช้ถ่ายหนัง (ภาพที่ 4)

%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-4
ภาพที่ 4

ทำให้มี Format มาให้เลือกมากขึ้นไปอีก (ภาพที่ 5)  ตั้งแต่…

  • 35มม.Full Frame
  • Super 35
  • APS-C
  • 4/3
  • Black Magic
  • และ 2/3
%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-5
ภาพที่ 5

Format ที่ต่างกันก็คือขนาดของเซ็นเซอร์ที่ต่างกันนั่นเอง  แต่ก็ทำเอาช่างภาพถ่ายหนังทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่งงไปกับ “Crop Factor” กันมาก  เพราะในวงการภาพนิ่งนั้นจะใช้ขนาดเฟรมของกล้อง 35มม. Full Frame (36 x 24 mm.) เป็นมาตรฐาน แต่ในวงการภาพยนตร์จะใช้ขนาดเฟรมของกล้องฟิล์ม 35มม. ที่ใช้ประตู Super 35 เป็นมาตรฐาน (24.9 x 14 mm.)  เอ๊ะ!  ทำไม ฟิล์ม 35มม.เหมือนกันแต่ขนาดเฟรมไม่เท่ากันล่ะ  หลายๆคนคงอยากถาม  จะรู้ที่มาที่ไปต้องขอย้อนกลับไปยุคฟิล์มอีกสักทีนะครับ  ทั้งกล้องภาพนิ่ง Full Frame และกล้องถ่ายหนัง 35มม. นั้น ถึงใช้ฟิล์มขนาด 35มม.เท่ากันก็จริง  แต่ต่างกันตรงที่ทิศทางที่ฟิล์มเคลื่อนผ่านประตูฟิล์ม (ภาพที่ 6)

%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-6
ภาพที่ 6

โดยของกล้องภาพนิ่งนั้นฟิล์มจะวิ่งผ่านตามแนวนอนส่วนกล้องถ่ายหนังนั้นฟิล์มจะวิ่งจากบนลงล่างตามแนวตั้ง  ทำให้กล้องภาพนิ่งมีขนาดเฟรมที่ใหญ่กว่าเพราะใช้ด้านกว้างของฟิล์มมาเป็นความสูงของเฟรม  ส่วนกล้องถ่ายหนังนั้นความสูงจะถูกจำกัดด้วยความกว้างของเฟรมซึ่งก็คือความกว้างของฟิล์มนั่นเอง  ทำให้ได้ขนาดเฟรมที่เล็กกว่า  เอาเป็นว่าถ้าพูดถึง Crop Factor ก็เอาขนาดเซ็นเซอร์ของ 35มม. Full Frame เป็นตัวตั้งแล้วกันนะครับ  ส่วนคนที่เติบโตมากับกล้องฟิล์มก็ให้จำไว้ว่า เมื่อเราไปถ่ายกล้อง Full Frame เลนส์เบอร์เดียวกันจะให้ภาพที่กว้างกว่าที่เราคุ้นเคยประมาณ 1.4 เท่า  ภาพของ Super 35 จะมีความกว้างใกล้เคียงกับ APS-C ที่เล็กกว่า Full Frame 1.5-1.6 เท่า

ที่ผ่านๆ มาเรามักจะถูกสอนว่าเลนส์ 50มม. คือเลนส์ normal  แต่อยากให้ปรับความเข้าใจเสียใหม่ว่า

เลนส์ Normal คือเลนส์ที่ให้มุมมองของภาพ (Field of View) ที่กว้างประมาณ 40องศาในแนวนอน

เลนส์ Wide Angle คือเลนส์ที่ให้มุมมองของภาพที่กว้างกว่า 65องศาขึ้นไป (ภาพที่ 7)

%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-7
ภาพที่ 7

คือเมื่อจะเลือกเลนส์ควรจะคิดถึง Field of View ที่เลนส์ให้เมื่อใช้กับเซ็นเซอร์ขนาดต่างๆ  คือเลนส์แต่ละตัวจะสะท้อนภาพออกมาเท่าเดิมแต่จะได้ภาพในขนาดเท่าไรขึ้นอยู่กับขนาดของเซ็นเซอร์ที่จะมารับภาพจากเลนส์นั้นๆ  เมื่อเราเข้าใจตามนี้แล้วพอเรารู้ขนาดเซ็นเซอร์ก็จะพอเลือกเลนส์ได้อย่างถูกต้องและทำงานได้รวดเร็วขึ้น  แล้วก็ไม่ต้องไปใส่ใจมากว่าเราถ่ายกล้องที่มีเซ็นเซอร์เล็กแล้วภาพที่ออกมาจะไม่โอเค  เพราะ Format ต่างๆที่ยกตัวอย่างมานั้นไม่ได้ให้ผลที่แตกต่างกันมากอย่างเห็นได้ชัดนอกเสียจากจะไปฉายบนจอใหญ่ๆอย่างในโรงหนังหรือบนจอ LED ขนาดใหญ่กลางแจ้งถึงจะเห็นความแตกต่างได้บ้าง  แต่ถ้าไม่เอามาเปรียบเทียบกันแบบ ช๊อต ต่อ ช๊อต ก็ยากที่จะบอกถึงความต่างได้ครับ  ข้อเสียชัดๆเวลาใช้กล้องที่มีเซ็นเซอร์เล็กถ่ายก็คือ หาเลนส์ Wide Angle ดีๆ เพื่อจะถ่ายมุมกว้างๆ ยากครับ

References:

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s