3 Magic Tools for Exposure Adjustment – Part 3: ASA/ISO

Media Sensitivity – ASA/ISO (ความไวแสง)

11-ASA
ASA

ASA ย่อมาจาก American Standards Association เริ่มมาจากการค้นคว้าของ Kodak ต่อมาในยุค 80s ในระดับนานาชาติเริ่มใช้มาตรฐานของ ISO (International Organization for Standardization) มากขึ้น ทำให้เราเริ่มได้ยินค่า ASA น้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งค่า ASA และ ISO นั้นต่างก็ใช้ตัวเลขเดียวกันเพียงแต่มาจากสถาบันต่างกันเท่านั้น

ในยุคกล้องฟิล์มการเปลี่ยนค่า ISO นั้นคือการเปลี่ยนฟิล์มม้วนใหม่มาใส่ในกล้องเลย ซึ่งทั้งเสียเวลาและสิ้นเปลืองฟิล์มในส่วนที่ยิงต้องทิ้งไป เพราะการเปลี่ยนฟิล์มแต่ละครั้ง ก่อนเอาฟิล์มออกจากกล้องต้องยิงฟิล์มทิ้งไปประมาณ 2-3 ฟุต เพื่อป้องกันไม่ให้แสงรั่วเข้าไปในท้ายเทคล่าสุดที่เพิ่งถ่ายไป และเมื่อใส่ฟิล์มม้วนใหม่เข้ากล้องก็ควรจะยิงทิ้งไปอีก 2-3 ฟุต เพราะช่วงหัวฟิล์มนั้นอาจจะมีแสงรั่วไปโดนแล้ว ถ้าถ่ายทับส่วนนี้ไปภาพที่ได้จะฟุ้ง (Fog) ยิ่งถ้าเป็นฟิล์ม ISO สูงๆหรือเปลี่ยนฟิล์มกันกลางแดดเปรี้ยงๆ ผู้ช่วยกล้องบางคนก็จะยิงฟิล์มทิ้งไปมากกว่านี้ด้วยซ้ำ ฟิล์มส่วนใหญ่ที่ใช้ในการถ่ายทำโฆษณาก็จะเป็นฟิล์มความยาว 400 ฟุต ถ่ายได้ประมาณ 4นาที นิดๆ ราคาก็ไม่เท่าไร ม้วนละประมาณ 7พันกว่าบาทเท่านั้นเอง!!! นี่ยังไม่รวมค่าล้างฟิล์มนะครับ (เบ็ดเสร็จสลับฟิล์มทีนึงก็เหมือนโยนเงินทิ้งไปร้อยกว่าบาทเลยครับ) เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนค่า ISO ถ้าไม่จำเป็นจริงๆก็จะไม่ทำกัน นี่ยังไม่รวมถึงเรื่องฟิล์มที่ ISO ต่างกันมักจะให้ภาพที่ต่างกันด้วย (สี, contrast, grain)

ในยุคฟิล์มนั้นปัญหาส่วนใหญ่คือความไวแสงของฟิล์มไม่พอ ครั้นจะใช้ฟิล์มที่ความไวแสงสูงขึ้นก็ราคาแพงแถมยังต้องระวังเรื่องเกรนของภาพอีก ฟิล์มที่ใช้กันบ่อยๆก็ 250D และก็ 200T ใช่ครับแยก Daylight กับ Tungsten ด้วย แล้วก็ถ้าจะเอาฟิล์ม Daylight ไปถ่ายกับแสง Tungsten หรือเอาฟิล์ม Tungsten ไปถ่ายแสง Daylight (อันนี้ทำบ่อย) ก็ต้องใส่ฟิลเตอร์แก้สีทำให้ค่า ISO น้อยลงไปอีก วุ่นวายดีครับ แต่ก็มีข้อดีนะ เพราะทำให้เราโฟกัสกับงานมากขึ้นห้ามพลาด เพราะกว่าจะรู้ว่าพลาดก็วันที่เข้าไปดู Telecine โน่นเลยครับ

มาถึงยุคกล้อง Digital ส่วนมากมักมีปัญหาว่า ISO สูงเกิน ต้องหาฟิลเตอร์ ND มาตัดแสงกันให้ยุ่งไปหมด เกิดมาก็เพิ่งเคยใช้ครับ ND 2.1 ตัดไป 7 สต๊อป ในกล้องที่มีค่า ISO มาตรฐาน (Native ISO) สูงๆนั้นต้องคอยสังเกต grain หรือ noise ในส่วนพื้นที่มืดของเฟรมให้ดี ถ้าไม่สามารถปรับลด ISO ได้ก็ควรจัดแสงในส่วนนี้เพิ่มขึ้นแล้วไปกดให้มืดลงตามที่เราต้องการในขั้นตอน Color Grading

ASA stands for American Standards Association.  Kodak started the research for the ASA system.  In the 80s, an ISO (International Organization for Standardization) has gained more popularity internationally.  ASA and ISO use the same number, but from a different institute.

In film camera, changing ISO is changing the actual film role.  Doing so is a waste of time and film because, when changing film role, we waste not only a few feet of film loop that sticks out of a magazine and exposed to light, but also a few more feet of film before and after that loop.  To prevent light from leaking onto film and damaging the last take, a 1st assistant cameraman, before taking the magazine out of the camera body, runs a camera about 2 seconds (that’s about 3 feet).  Same procedure when attaching a new magazine to the camera, a 1st AC runs the camera to check if the film perforations are in place and prevent the fresh film from fogging, caused by a small amount of light leaking onto an undeveloped film.  A 1st AC is more careful and may run the camera longer if high ISO film is used or a magazine is changed under the bright sunlight.  A 400ft. film gives about 4 minutes of footage, but costs around 7,000 Baht!!! (not including the lab cost for film developing)  Changing ISO by switching a new film stock in would be like throwing away almost 200 Baht.  Most directors of photography prefer to stick with the same film stock, unless the light changes dramatically. Moreover, a different film type produces a different tone, contrast, and grain.

Common problem in shooting film is its low sensitivity.  The higher ISO film costs more and has more grain.  I usually use 250D and 200T films.  That’s right.  I have to choose either to use daylight or tungsten film.  Though I can use daylight film to shoot under tungsten light or vice versa, I need to put color correction filter in front of the lens, which lowers the film ISO.  This may seem troublesome, but it makes me be more cautious.  Since I would never know if I have made a mistake until the telecine process.

For digital cameras, on the contrary, I encounter a problem of too high ISO.  After over 20 years of shooting, it’s the first time that I use a 2.1 ND, that’s 7 stops!!!  In a camera that has a high native ISO, the grain or noise in dark areas can be noticeable.

12-Grain
Grain

พูดถึงเรื่องของ grain ภาพ ในความไวแสงสูงๆนั้นใช่ว่าเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงตลอดเวลานะครับ เราอาจจะคิดไม่ถึงว่าเครื่องมือนี้ก็มีประโยชน์ต่อการเล่าเรื่องไม่แพ้ 2 เครื่องมือที่พูดถึงมาแล้ว ส่วนมากเรามักจะใช้ grain ภาพกับการเล่าเรื่องในอดีต ใส่รอยขูดขีดของฟิล์ม (Film Scratch) ลงไปนิดๆ ภาพที่ได้จะเหมือนภาพที่ถ่ายจากกล้องฟิล์ม 8มม. ซึ่งจะให้ความรู้สึกของคืนวันเก่าๆได้ดี

.If lowering ISO is not possible, I recommend to brighten up those dark areas and darken them later in color grading. Grain in high sensitive film is not always be a bad thing.  It is very useful to create a flashback sequence.  Adding a little film scratch, the look is like a footage taking from an old 8mm. film camera creating a nostalgic feeling.

13-Grain

 

References:

 

Part 1: APERTURE

Part 2: SHUTTER

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s